คำถามที่พบบ่อย

Q.01 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เริ่มดำเนินกิจการเมื่อไร

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2511 ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนายง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

บริษัทฯ ปรับย้ายหมวดธุรกิจของบริษัทจากหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เป็นหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมบริการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเดือนพฤษภาคม 2553

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของกลุ่มบริษัท ดูได้ที่ "ความเป็นมาของบริษัท"

กลุ่มบริษัท บีทีเอส เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) (บีทีเอสซี) และบริษัทในเครือ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งถือเป็นการรวมกิจการภายใต้การควบคุมเดียวกัน กลุ่มบริษัท บีทีเอส ได้ถือหุ้นในสัดส่วน 93.5% (ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553)

ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างบริษัทเพิ่มเติม ได้ที่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม

กลุ่มบริษัท บีทีเอส ดำเนินงานอยู่ใน 4 ธุรกิจหลักซึ่งประกอบไปด้วย

  • ธุรกิจระบบขนส่งมวลชน บีทีเอสซี เป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานในการให้บริการรถไฟฟ้าในระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายหลักแต่เพียงผู้เดียว และยังได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารและบำรุงรักษาส่วนต่อขยาย รวมทั้งรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัทร่วมทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู
  • ธุรกิจสื่อโฆษณา ภายใต้การดำเนินงานของ วีจีไอ (บริษัทย่อย) วีจีไอเป็นบริษัททำสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out-of-Home Media) ในประเทศ โดยวีจีไอได้รับสัมปทานในการบริหารจัดการสื่อโฆษณาบนพื้นที่ทั้งหมดของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสายหลัก นอกจากนี้ วีจีไอ ได้ก้าวเข้าไปในธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home Media) โดยเข้าไปถือหุ้นในบริษัททำสื่อโฆษณากลางแจ้งอื่น
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนในที่ดิน อสังหาริมทรัพย์เชิงที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และธุรกิจโรงแรม ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบันและเส้นทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กลุ่มบริษัทดำเนินกลยุทธ์ผ่านการเป็นหุ้นส่วนในบริษัท ยู ชิตี้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังแสวงหาโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อเข้าถึงความเชี่ยวชาญชำนาญในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากพันธมิตรและเกื้อหนุนสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเรา
  • ธุรกิจบริการ มีหน้าที่สนับสนุนธุรกิจหลักทั้ง 3 ธุรกิจ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท บีทีเอส ดูได้ที่ ธุรกิจของเรา

รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการขยายระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร ดังเห็นได้จากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนแม่บทต้นฉบับ: แผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (M-Map) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 โดยแผนแม่บทต้นฉบับ ซึ่งถูกร่างขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (รวมจังหวัด นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) ในช่วงระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า (2553-2572) ซึ่งรัฐบาลชุดต่อๆ มาได้ปรับแผนแม่บทโดยเน้นการเร่งรัดพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า 12 สาย ครอบคลุม 515.2 กิโลเมตร และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2572

กลุ่มบริษัท บีทีเอส อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบในการเข้าร่วมการพัฒนาและบริหารส่วนต่อขยายของเครือข่ายรถไฟฟ้า นอกจากนั้นการขยายระบบขนส่งมวลชนทางรางยังจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าสายหลักอีกด้วย กลุ่มบริษัท บีทีเอส จึงได้มีการลงทุนเพิ่มในระบบตัวรถไฟฟ้าและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณให้ดีขึ้นเพื่อที่จะรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น จากการขยายเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน บริษัทฯ เล็งเห็นการเพิ่มขึ้นของอัตราการเติบโตทางธรรมชาติ เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากร และการขยายตัวของชุมชนเมืองของกรุงเทพมหานคร การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางจากเดิมที่เดินทางบนถนนที่มีการจราจรคับคั่งไปสู่การเดินทางโดยรถไฟฟ้าที่มีข้อได้เปรียบเรื่องความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจระบบขนส่งมวลชน ของกลุ่มบริษัท บีทีเอส ดูได้ที่ ธุรกิจระบบขนส่งมวลชน

ระบบรถไฟฟ้า บีทีเอส ถูกออกแบบมาให้รองรับจำนวนผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อเส้นทาง ซึ่งหากใช้รถไฟฟ้าที่มีตู้โดยสาร 6 ตู้ (ซึ่งเป็นจำนวนตู้โดยสารมากที่สุดที่ชานชาลาสามารถรองรับได้) และมีระยะเวลาระหว่างขบวนรถโดยประมาณ 2 นาที แต่ในปัจจุบันนี้ความสามารถในการให้บริการของรถไฟฟ้า บีทีเอส ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (ณ เดือนธันวาคม 2560) โดยวัดจากอัตราผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 25,000 คน (ต่อชั่วโมงต่อเส้นทาง) สำหรับชั่วโมงเร่งด่วนทั้งในตอนเช้าและเย็นของสายสุขุมวิท ส่วนอัตราผู้โดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอส สูงสุดของสายสีลม คือประมาณ 18,000 คนสำหรับชั่วโมงเร่งด่วนทั้งตอนเช้าและตอนเย็น กลุ่มบริษัท บีทีเอส ยังได้มีการลงทุนเพิ่มสำหรับระบบตัวรถไฟฟ้าและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณให้ดีขึ้น เพื่อที่จะรองรับการเติบโตของผู้โดยสารต่อไป

สถิติผู้โดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอส สามารถเข้าไปดูได้ที่ สถิติผู้โดยสาร

ปัจจุบันธุรกิจสื่อโฆษณาของเราประกอบด้วยสองธุรกิจหลักได้แก่ (i) สื่อโฆษณานอกบ้าน ได้แก่ สื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน สื่อโฆษณาในอาคารสำนักงาน สื่อโฆษณากลางแจ้ง สื่อโฆษณาในสนามบิน และธุรกิจสาธิตสินค้า และ (2) ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล สำหรับสื่อโฆษณานอกบ้าน บริษัทฯ ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มขี้นของจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสและการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถไฟฟ้าและสถานีที่ บีทีเอส จะขยายไปยังสายใหม่ๆ ในอนาคต นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับผลดีจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนอาคารสำนักงาน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนสื่อโฆษณาภาพนิ่งให้กลายเป็นสื่อดิจิทัลของสื่อโฆษณากลางแจ้ง ในส่วนของธุรกิจบริการด้านดิจิทัล ได้รับประโยชน์จากการขยายเครือข่ายร้านค้าออฟไลน์และออนไลน์ อย่างไรก็ตามหน่วยธุรกิจนี้จะมาช่วยส่งเสริมแพลตฟอร์มสื่อโฆษณานอกบ้านของทั้งกลุ่มบริษัทฯ วีจีไอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ ธุรกิจโฆษณา

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจสื่อโฆษณา ของกลุ่มบริษัท บีทีเอส ดูได้ที่ ธุรกิจสื่อโฆษณา

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนในที่ดิน อสังหาริมทรัพย์เชิงที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และธุรกิจโรงแรม ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบันและเส้นทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังแสวงหาโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มบริษัท บีทีเอส ดูได้ที่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจบริการของเรามีหน้าที่สนุบสนุนการดำเนินงานของธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท บีทีเอส เช่น บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด เป็นผู้พัฒนาระบบบัตรโดยสารร่วมสำหรับระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถผ่านเครื่องตรวจตั๋วโดยสารได้เร็วขึ้นและยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากนี้บริษัท ฮิบเฮง คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท ฮิบเฮง (ฮ่องกง) ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจก่อสร้าง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจบริการได้ที่ ธุรกิจบริการ

กลุ่มบริษัท บีทีเอส มีปีงบประมาณเริ่มต้นวันที่ 1 เมษายน จนถึงวันที่ 31 มีนาคม โดยวันที่รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 1 ( 1 เมษายน – 30 มิถุนายน) คือภายในเดือนสิงหาคม สำหรับไตรมาสที่ 2 (1 กรกฎาคม – 30 กันยายน) คือภายในเดือนพฤศจิกายน สำหรับไตรมาสที่ 3 (1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม) คือภายในเดือนกุมภาพันธ์ และสำหรับไตรมาส 4 (1 มกราคม – 31 มีนาคม) คือภายในเดือนพฤษภาคม สามารถเข้าไปดูข้อมูลผลประกอบการได้ที่ "งบการเงิน

บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ ตามงบการเงินเฉพาะกิจการ โดยบริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไป โดยคำนึงถึงกระแสเงินสดจากการประกอบการ และการประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปีจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอาจเห็นสมควรให้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหากเห็นว่าบริษัทฯ มีกำไรและสามารถ ดำรงเงินลงทุนหมุนเวียนที่ใช้ในการดำเนินการได้อย่างเพียงพอภายหลังการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลนั้น ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งถัดไป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ เงินปันผล .

นายทะเบียนหลักทรัพย์ของเรา คือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดของผู้ถือหุ้น เช่น ชื่อ ที่อยู่ และจำนวนหุ้นที่ถือ

ท่านสามารถดูข้อมูลของนายทะเบียนได้ที่ ติดต่อนายทะเบียนหุ้น

คุณสามารถ

  • สมัครสมาชิกในอีเมลล์รับข่าวสาร โดยลงทะเบียนในส่วนของอีเมล์รับข่าวสาร หลังจากนั้นเราจะทำการส่งข่าวสารทางการเงินและข่าวประชาสัมพันธ์ไปให้ท่าน
  • สามารถติดตามได้จาก RSS Feed