สารจากประธานกรรมการ

“กลยุทธ์ 3M” ซึ่งเป็นการบูรณาการแพลตฟอร์มธุรกิจ MOVE, MIX และ MATCH ของเราเข้าไว้ด้วยกัน โดยธุรกิจ MOVE เราตั้งเป้าที่จะก้าวไปให้ไกลกว่าธุรกิจขนส่งทางราง สู่ผู้ให้บริการด้านการเดินทางที่สมบูรณ์ ด้วยการขนส่งผู้โดยสารตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านจนกลับถึงบ้าน (door-to-door) ผ่านรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายของเรา ในส่วนธุรกิจ MIX เราได้ผสมผสานข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวของเราและข้อมูลเชิงลึกเข้าไว้กับบริการ O2O solutions ของวีจีไอ และสำหรับธุรกิจ MATCH นั้น เราได้เปิดให้พันธมิตรทางธุรกิจของเราเข้ามาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มและเครือข่ายของ MOVE และ MIX เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน

นายคีรี กาญจนพาสน์

  • ประธานกรรมการ /
  • ประธานคณะกรรมการบริหาร /
  • ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล

เรียน ท่านผู้มีส่วนร่วมในความสำเร็จทุกท่าน

ณ ขณะที่ผมกำลังเขียนสารฉบับนี้ การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจโลก การดำเนินชีวิตของผู้คน รวมถึงธุรกิจของเราเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี เราได้เห็นความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป ในส่วนของประเทศไทยนั้นคาดว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินตามแผนจัดหาวัคซีนและฉีดให้ประชาชนได้ทั้งหมด 50 ล้านคน ภายในเดือนธันวาคม 2564 จากแผนการดังกล่าว ผมคาดว่ารัฐบาลจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ รวมถึงการรักษาระยะห่างทางสังคมและข้อจำกัดในการกักตัว เพื่อเดินหน้าสู่การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท ตั้งแต่การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดขบวนรถไฟฟ้าและชานชาลา การจัดเจลแอลกอฮอล์เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อตั้งข้อกำหนดในการสวมหน้ากากตลอดการเดินทางในระบบรถไฟฟ้าของเรา ก่อนที่มาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในสถานที่อื่นๆ นอกจากนี้ เราได้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศไทยกว่า 1.4 ล้านราย ประกอบกับการดูแลความต้องการของชุมชน ผ่านการบริจาคกล่อง “บรรเทาทุกข์ ส่งความสุข” ที่บรรจุสิ่งของจำเป็นกว่า 40,000 กล่องแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และยังได้บริจาคเงินให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 อีกด้วย

นอกจากการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เรายังได้ใช้โอกาสในช่วงเวลานี้วิเคราะห์และตกผลึกกลยุทธ์ทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทสำหรับ 10 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้เราสามารถรุกหน้าทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่และทันท่วงที เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวเรียกว่า “กลยุทธ์ 3M” ซึ่งเป็นการบูรณาการแพลตฟอร์มธุรกิจ MOVE, MIX และ MATCH ของเราเข้าไว้ด้วยกัน โดยธุรกิจ MOVE เราตั้งเป้าที่จะก้าวไปให้ไกลกว่าธุรกิจขนส่งทางราง สู่ผู้ให้บริการด้านการเดินทางที่สมบูรณ์ ด้วยการขนส่งผู้โดยสารตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านจนกลับถึงบ้าน (door-to-door) ผ่านรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายของเรา ในส่วนธุรกิจ MIX เราได้ผสมผสานข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัวของเราและข้อมูลเชิงลึกเข้าไว้กับบริการ O2O solutions ของวีจีไอ และสำหรับธุรกิจ MATCH นั้น เราได้เปิดให้พันธมิตรทางธุรกิจของเราเข้ามาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มและเครือข่ายของ MOVE และ MIX เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน โดยกลยุทธ์ 3M นี้ จะช่วยให้เราสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ ภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการจัดการความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

หากกล่าวในฐานะของบริษัท เราต้องหมั่นปรับตัวอยู่เสมอเพื่อให้เท่าทันและรับกับสถานการณ์โลกรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นครั้งแรกของบริษัทฯ อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจซึ่งได้ก้าวข้ามขอบเขตธุรกิจเดิมที่เราดำเนินอยู่ก่อนนั้น จึงเป็นที่มาของสโลแกนใหม่ของเราอย่าง Borderless, Transform, Solutions

สำหรับผลการดำเนินงานของบีทีเอส กรุ๊ป ในปี 2563/64 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 42.4 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ย และภาษี (EBITDA) จำนวน 8.8 พันล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ จำนวน 4.6 พันล้านบาท ลดลง 44% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี บริษัทฯ รับรู้รายได้จากธุรกิจ MOVE ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน เป็นจำนวน 31.4 พันล้านบาทในปีนี้ ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ที่รับรู้จำนวน 5.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเต็มสาย นอกจากนี้ งบแสดงฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ด้วยสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 23% จาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นจำนวน 212 พันล้านบาท พร้อมด้วยเงินสดและเงินลงทุนที่มีสภาพคล่อง จำนวน 16.3 พันล้านบาทในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นกัน โดยกำไรสุทธิของวีจีไอ ปรับตัวลดลง 31% จากปีก่อน อยู่ที่ 980 ล้านบาทในปีนี้ อีกทั้งจำนวนผู้โดยสายในรถไฟฟ้าสีเขียวสายหลักยังลดลง 47% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี เราคาดว่าทั้งผลประกอบการของวีจีไอและจำนวนผู้โดยสารดังกล่าวจะปรับตัวได้ดีขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวของสถานการณ์การแพร่ระบาด สำหรับยู ซิตี้ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของเรานั้น แม้จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากภาพรวมอุตสาหกรรมบริการ (Hospitality Industry) ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่คาดว่าภายหลังการอนุมัติปรับโครงสร้างบริษัทและการเพิ่มทุน จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ภาพรวมของ ยู ซิตี้ ดีขึ้นในปี 2564 นี้

ตลอดปี 2563/64 เครือข่ายการให้บริการภายใต้ธุรกิจ MOVE ของเราขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือครบทั้งสาย การเปิดสถานีเซนต์หลุยส์ รวมถึงการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีทองระยะที่ 1 ซึ่งช่วยเพิ่มสถานีให้บริการอีก 20 สถานี หรือคิดเป็นระยะทางอีก 21 กิโลเมตร ให้แก่เครือข่ายธุรกิจทางราง (rail) ของเรา ในขณะที่การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง (53 สถานี รวม 65 กิโลเมตร) คืบหน้าไปแล้วกว่า 75% โดยเราคาดว่าเมื่อทั้งสองสายเริ่มเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2565 จะช่วยเพิ่มเครือข่ายการให้บริการทางรางของเราอีกเท่าตัว สำหรับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ non-rail นั้นก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยกิจการร่วมค้าที่บีทีเอส กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ได้ชนะการประมูลทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 2 เส้นทาง (ระยะทางรวม 292 กิโลเมตร) และได้ร่วมลงนามเป็นผู้พัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบิน ซึ่งจะเป็นสนามบินหลักแห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ จากโครงการที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น แสดงให้เห็นว่าเราได้ขยายธุรกิจไปสู่โครงการคมนาคมอื่นๆ ครอบคลุมทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก โดยเราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารในเครือข่ายของเราจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า จาก 8 แสนคนต่อวัน ในปี 2563 เป็น 3 ล้านคนต่อวัน ในปี 2568

ทางด้านธุรกิจ MIX เราพร้อมที่จะพัฒนาความสามารถของ MIX ให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลของเรา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลที่มีความเฉพาะตัวของบริษัทฯ และสามารถนำมาใช้งานได้จริงจากฐานข้อมูลของผู้โดยสารในเครือข่ายธุรกิจ MOVE, กลุ่มแรบบิท, เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (KEX) และกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจของเรา ด้วยพัฒนาการเหล่านี้ ร่วมกับ O2O อีโคซิสเต็มที่สมบูรณ์ นับเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยให้ วีจีไอ ยังคงสามารถรับรู้กำไรได้ในปี 2563/64 แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤตก็ตาม นอกจากนี้ การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ KEX ในเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ KEX เท่านั้น แต่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมระหว่าง KEX กับบริษัทฯ ที่ลงทุนผ่านทางวีจีไอนั้น นับเป็นก้าวย่างและตัวอย่างที่สำคัญภายใต้การดำเนินธุรกิจของ MATCH อีกด้วย

สำหรับการดำเนินธุรกิจ MATCH ของบริษัทฯ ตลอดทั้งปีที่ผ่านมานั้น เราได้เปิดรับบริษัทต่างๆ เข้าสู่กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจของเรา (partnership community) อาทิ บริษัท ฮิวแมนิก้า จํากัด (มหาชน) (HUMAN), บริษัท อาฟเตอร์ ยู จํากัด (มหาชน) (AU) และ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) (NOBLE) เป็นต้น โดยเราเชื่อว่าการรวมบริษัทที่มีศักยภาพเหล่านี้เข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆของเราที่สามารถเข้าถึงผู้คน (reach) ได้เป็นจำนวนมาก จะช่วยให้เกิดการทำงานและผสานประโยชน์ร่วมกัน (synergy) รวมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้ ยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถสร้างประโยชน์จากการลงทุนระยะยาวของบริษัทฯ ที่ได้ทำไว้ก่อนหน้า โดยเราได้ขายที่ดินบางผืนในโครงการธนา ซิตี้ และขายหุ้นสามัญบางส่วนในวีจีไอ โดยเงินสดรับจากรายการดังกล่าวนั้นนับเป็นแหล่งเงินทุนที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบการเงินของบริษัทฯ ในการคว้าโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตต่อไปในอนาคต

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนถือเป็นหลักสำคัญที่เรายึดปฏิบัติอยู่เสมอ โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และผมมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า บีทีเอส กรุ๊ป เป็นบริษัทด้านการคมนาคมทางรางแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ carbon neutral จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยก่อนหน้านี้ ความพยายามด้านความยั่งยืนของเรายังได้รับการยอมรับจากดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ (DJSI) ด้วยการก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ในหมวดอุตสาหกรรมคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และยังได้รับผลการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ใน “ระดับ 5 ดาว” หรือ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามที่บริษัทฯ ได้เปิดเผยไว้ในรายงานด้านความยั่งยืน ประจำปี 2563/64

ความสำเร็จทั้งหมดของเราในปีที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการทำงานหนักของพนักงานและผู้บริหารทุกคน ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอขอบคุณพนักงาน ผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ปรึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่านอย่างสุดซึ้ง และขอให้ทุกท่านมีความเจริญรุ่งเรืองและมีสุขภาพที่ดีในปี 2564/65 และปีหน้าๆ สืบต่อไปครับ