สารจากประธานกรรมการ

โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร และโครงข่ายทางรถไฟของประเทศไทยจะยังคงขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้านี้ เป็นผลมาจากนโยบายภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมในระบบขนส่งมวลชน นับเป็นความมุ่งมั่นหลักของเราที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตและพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

นายคีรี กาญจนพาสน์

  • ประธานกรรมการ /
  • ประธานคณะกรรมการบริหาร /
  • ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล

เรียน ท่านผู้มีส่วนร่วมในความสำเร็จทุกท่าน

การเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2560 นี้ นับเป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนต่างคาดหวังมาเป็นเวลาพอสมควร ซึ่งเราได้พิสูจน์ให้เห็นจากธุรกิจระบบขนส่งมวลชนของเรา ที่ได้มีการลงนามในเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่อีก 3 สาย ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เครือข่ายการให้บริการรถไฟฟ้าของเราครอบคลุมมากขึ้นเป็น 3 เท่าจากระยะทางปัจจุบันที่มีอยู่ 38.1 กิโลเมตร การเปิดให้บริการดังกล่าว ถือเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้กลุ่มบริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกโครงการ รวมถึงระบบขนส่งทางรางอื่นๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น

ปัจจัยหนุนหลักที่ทำให้ธุรกิจในปัจจุบันของเราแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงนั้นมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง รวมถึงจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง ความมีเสถียรภาพของธุรกิจระบบขนส่งมวลชนในภาพรวม และการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ นอกจากนี้ ด้วยช่องทางและความสามารถในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและเหมาะสม ความแข็งแกร่งและความพร้อมทางการเงิน รวมไปถึงการมีเครือข่ายผู้ร่วมทุนที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถวางกลยุทธ์สำหรับธุรกิจในระยะยาวเพื่อสร้างโอกาสและมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มบริษัทในอนาคต

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน รัฐบาลมีแผนการเปิดประมูลระบบขนส่งมวลชนเส้นทางใหม่ๆ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) โดยเราคาดว่าจะมีเส้นทางสายใหม่ๆ เปิดประมูลในอนาคตอันใกล้นี้และมีขั้นตอนการดำเนินงานที่รวดเร็วขึ้น ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการทั้ง 2 เส้นทางอย่างเต็มรูปแบบได้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ในช่วงการดำเนินการก่อสร้าง บริษัทฯ จะรับรู้รายได้ตามสัดส่วนของงานก่อสร้างที่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ จากเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนที่จะเชื่อมต่อกันมากขึ้นตามแผนการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าหลายสาย รวมถึงส่วนต่อขยายสายสีเขียวในอนาคตอันใกล้ จะช่วยให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงเป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมทางธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจที่อยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าอีกด้วย

ในปี 2560/61 กลุ่มบริษัทบีทีเอสมีรายได้รวม จำนวน 17.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% จาก 8.8 พันล้านบาท ในปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจระบบขนส่งมวลชนและธุรกิจสื่อโฆษณา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้จากธุรกิจระบบขนส่งมวลชน ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและจากการจัดหารถไฟฟ้าสำหรับส่วนต่อขยายสายสีเขียว และรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาที่เพิ่มขึ้น 30% จาก 3 พันล้านบาท ในปีก่อนเป็น 3.9 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่น่าพอใจ

สำหรับธุรกิจสื่อโฆษณา ปีนี้ วีจีไอก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้นจากการเป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณาแบบครบวงจร เชื่อมต่อการให้บริการรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ (O2O Solutions) เข้าด้วยกัน ทำให้วีจีไอสามารถนำเสนอสื่อโฆษณารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบทั้ง 360 องศา ทั้งนี้เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในชีวิตประจำวัน  วีจีไอได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มแรบบิท ได้แก่ Line Thailand, AIS และ Kerry Express (Thailand) เพื่อร่วมกันสร้าง Rabbit Ecosystem ซึ่งจากการร่วมมือกันในครั้งนี้ เราคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการ Rabbit Line Pay จะเพิ่มขึ้นและมีการใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อโฆษณาของเรายังได้ขยายไปยังธุรกิจสื่อโฆษณาในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เราได้บริหารสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้าสาย SBK ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย) ตลอดจนบริหารสื่อโฆษณาในสนามบินและสื่อโฆษณานอกบ้าน ผ่านการลงทุนในบริษัทร่วม Meru Utama และ Puncak Berlian เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านของเรา

ปีที่ผ่านมานี้ นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท ยูนิคอร์น เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเดิมเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) (ยู ซิตี้) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเป็นบริษัทร่วมของบริษัทฯ จากผลสำเร็จของธุรกรรมนี้ ทำให้ ยู ซิตี้ กลายเป็นบริษัทที่บริหารอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก โดย ยู ซิตี้ได้เข้าซื้อสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ และธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง นอกจากนี้ ด้วยพันธมิตรทางธุรกิจและแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ จะทำให้ ยู ซิตี้ มีการเติบโตที่ยั่งยืนและมีความพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจที่จะเข้ามาในอนาคต ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาตลอดจนโครงการใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น จะสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของ ยู ซิตี้ และ ยู ซิตี้ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทบีทีเอสในอนาคต

เรามุ่งมั่นและตั้งใจดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทควบคู่ไปกับการมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาไปสู่การเติบโตแบบยั่งยืนและเกิดการส่งเสริมสังคมอย่างมีคุณภาพ ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ "สถานีส่งความสุข" ที่เราดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเราได้เดินหน้าให้ความช่วยเหลือ ปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียน แจกจ่ายเครื่องยังชีพที่จำเป็น รวมถึงให้ความสนับสนุนทางการแพทย์แก่ชาวบ้าน และทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ทั้งนี้ ปีนี้เป็นปีที่ 6 ติดต่อกันที่บริษัทฯ ได้รับรางวัลระดับห้าดาว (ดีเลิศ) ในการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG100) ประจำปี 2561 นอกจากนี้ เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัล “Thailand Top Company Award 2018” ตลอดจนการได้รับการรับรองเข้าร่วมเป็นสมาชิกในโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) รวมถึงยังคงเป็นสมาชิกในดัชนี FTSE4 Good Emerging Market ซึ่งการที่จะเข้าเป็นสมาชิกในดัชนีนี้ได้นั้น จะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่มีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลดีเยี่ยม

สุดท้ายนี้ ผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐต่างๆ รวมถึงบริษัทในเครือ สำหรับการสนับสนุนและความเชื่อมั่นในเป้าหมาย หลักการและค่านิยมในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทบีทีเอสที่ยึดมั่นบนความซื่อตรงและรับผิดชอบเสมอมา เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และขอขอบคุณสำหรับความมุ่งมั่นและความเป็นมืออาชีพของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของพวกเราทุกคนครับ