ความเป็นมาของบริษัท

2511

มีนาคม

บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) (ธนายง) จดทะเบียนก่อตั้งเป็นบริษัทจำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

2531

เปิดตัว ‘ธนาซิตี้’ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการแรกของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

2534

มีนาคม

ธนายงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

2535

ธนายงจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (บีทีเอสซี) เป็นบริษัทย่อย เพื่อเข้าลงนามในสัญญาสัมปทานกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการสร้างและบริหารระบบรถไฟฟ้าแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร

2536

ธนายงจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด และใช้ชื่อว่า บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน)

2540

เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงถึง130% เมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเวลาไม่ถึง 6 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งธนายงและบีทีเอสซี เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีภาระหนี้สินในสกุลดอลลาร์หรัฐฯ ในสัดส่วนที่สูง

2542

ธันวาคม

รถไฟฟ้าบีทีเอสเริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไป ครอบคลุมเส้นทางเดินรถสายสีเขียว หมอชิต – อ่อนนุช และ สนามกีฬาแห่งชาติ – สะพานตากสิน รวมระยะทางทั้งสิ้น 23.5 กิโลเมตร

2549

ธนายงออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ และหลักทรัพย์ธนายงได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2549

2549-2551

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้บีทีเอสซีเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งในระหว่างนั้นสัดส่วนการถือหุ้นของธนายงลดลงจนเหลือน้อยกว่า 1% ของหุ้นทั้งหมดของบีทีเอสซี จากนั้นบีทีเอสซีออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการในปี 2551

2552

พฤษภาคม

บีทีเอสซี เริ่มให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายสายสีลม (สะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่) ภายใต้สัญญาการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุง

สิงหาคม

บีทีเอสซีออกหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกันมูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุนในประเทศเพื่อชำระคืนหนี้เดิมที่มีอยู่

กันยายน

บีทีเอสซีขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจสื่อโฆษณา โดยการเข้าซื้อกิจการของวีจีไอ 100%

2553

พฤษภาคม

ธนายง ซื้อหุ้นในสัดส่วน 94.6% ของบีทีเอสซี ทำให้ธุรกิจระบบขนส่งมวลชนกลับมาเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯอีกครั้ง การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ได้ชำระเป็นเงินสด 51.6%(20,655.7 ล้านบาท) และได้ออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อชำระในส่วนที่เหลืออีก 48.4% (19,378.8 ล้านบาท) จากการได้มาซึ่งกิจการบีทีเอสซีในครั้งนี้ บริษัทฯ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และได้เปลี่ยนหมวดธุรกิจมาเป็นหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมบริการในตลาดหลักทรัพย์ฯ

บีทีเอสซีเริ่มให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ภายใต้สัญญาจ้างผู้เดินรถพร้อมจัดหารถโดยสารและสัญญาจ้างผู้บริหารสถานี

มิถุนายน-สิงหาคม

บริษัทฯ เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมและกลุ่มบุคคลเฉพาะเจาะจงเพื่อนำเงินมาจ่ายคืนเงินกู้ยืมที่ใช้ในการซื้อกิจการบีทีเอสซีแก่สถาบันการเงิน

2554

มกราคม

บริษัทฯ ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท โดยมีการไถ่ถอนเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ตามมูลค่าที่กำหนด (Thai Baht denominated and U.S. Dollar settled) เพื่อขายให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ โดยนำเงินที่ได้จากหุ้นกู้แปลงสภาพไปจ่ายคืนเงินกู้ยืมคงค้างจากการซื้อกิจการบีทีเอสซี

สิงหาคม

บีทีเอสซี เริ่มให้บริการเดินรถในส่วนต่อขยายของสายสุขุมวิท (อ่อนนุช-แบริ่ง) ภายใต้สัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง

2555

พฤษภาคม

บีทีเอสซีได้ลงนามในสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายของเส้นทางเดินรถสายสีเขียว เป็นเวลา 30 ปี ครอบคลุมเส้นทางเดินรถ สะพานตากสิน – วงเวียนใหญ่ – บางหว้า และ อ่อนนุช – แบริ่ง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกทม. ตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2585 และเส้นทางเดิมภายหลังครบกำหนดอายุสัมปทานใน วันที่ 4 ธันวาคม 2572 จนถึง 2 พฤษภาคม 2585

ตุลาคม

บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัทได้เข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ชื่อย่อ “VGI”

2556

มกราคม-กุมภาพันธ์

บีทีเอสซีร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายสายสีลมจากสถานีวงเวียนใหญ่ (S8) ถึงสถานีโพธิ์นิมิตร (S9) และสถานีตลาดพลู (S10) ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2556 ตามลำดับ

เมษายน

บีทีเอสซีขายรายได้ค่าโดยสารสุทธิในอนาคตที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานจากรถไฟฟ้าสายหลักในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 17 ปีที่เหลืออยู่ที่ทำกับกทม. ให้แก่กองทุน BTSGIF โดยบีทีเอสซียังคงเป็นผู้รับสัมปทานและเป็นผู้ให้บริการเดินรถระบบรถไฟฟ้าสายหลักแต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งกลุ่มบริษัทยังเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ที่สุดของรายได้ค่าโดยสารสุทธิในอนาคตที่จะเกิดขึ้นจากการเดินรถไฟฟ้าสายหลัก เนื่องจากกลุ่มบริษัทลงทุนในหน่วยลงทุน 33.3% ของจำนวนหน่วลงทุนทั้งหมดใน BTSGIF

ธันวาคม

บีทีเอสซีร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายสายสีลมจากสถานีวงเวียนใหญ่ (S8) ถึงสถานีบางหว้า (S12) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556

2557

ตุลาคม

บริษัทฯ และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เข้าทำสัญญาข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางธุรกิจในการเป็น Exclusive Partner เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย ซึ่งตั้งอยู่ภายในรัศมี 500 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้า

2558

มีนาคม

กลุ่มบริษัทบีทีเอสประกาศการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558) โดยเพิ่มคณะกรรมการที่ปรึกษา (Advisory Board) เพิ่มตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (Chief Executive Officer: CEO) และเพิ่มตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (Deputy Chief Executive Officer: Deputy CEO) ในโครงสร้างองค์กร ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้กรรมการบริหาร 2 ท่าน คือ นายกวิน กาญจนพาสน์ เข้าดำรงตำแหน่ง CEO และนายคง ชิ เคือง (Mr. Kong Chi Keung) เข้าดำรงตำแหน่ง Deputy CEO

เมษายน

บริษัทฯ จำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัทย่อย 2 แห่ง ในสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท BTSA ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมอีสตินแกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และที่ดินบริเวณถนนพหลโยธิน และบริษัท ก้ามกุ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณถนนพญาไท ให้แก่บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) (บมจ. ยู ซิตี้) เพื่อแลกกับหุ้นสามัญทั้งหมด 35.64% ใน บมจ. ยู ซิตี้ และใบสำคัญแสดงสิทธิ

2559

พฤศจิกายน

บีทีเอสซีออกหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันจำนวน 22,000 ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการซื้อรถไฟฟ้าและติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-คูคต) และสายสีเขียวใต้(แบริ่ง-สมุทรปราการ)

2560-2569

2560

มีนาคม

บีทีเอสซีได้บรรลุข้อตกลงในการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือและใต้กับเคที ระยะทางรวม 30.8 กิโลเมตร ทั้งนี้ บีทีเอสซีจะเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือและใต้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2585

มิถุนายน

บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด และบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ (โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STEC) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (RATCH) มีสัดส่วนการร่วมทุน 75%, 15% และ 10% ตามลำดับ) ได้เข้าลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทางทั้งสิ้น 64.9 กิโลเมตร

2561

มีนาคม

บริษัทฯ โอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) ของบริษัท ยูนิคอร์น เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเดิมเป็น บริษัทย่อยของบริษัทฯ ให้แก่บมจ. ยู ซิตี้ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของบริษัทฯ โดย ยู ซิตี้จะเป็นผู้ดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ แต่เพียงผู้เดียว