สารจากประธานกรรมการ (UAT)

บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจำนวน 3.65 หมื่นล้านบาท และยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารมาโดยตลอด

นายคีรี กาญจนพาสน์
- ประธานกรรมการ /
- ประธานคณะกรรมการบริหาร /
- ประธานคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
เรียน ท่านผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน
ในปี 2568/69 เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันและความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และความกังวลด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคยังคงผันผวน อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว กลุ่มบริษัทบีทีเอสยังคงมีความแข็งแกร่งจากโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายและมั่นคง โดยมีการดำเนินธุรกิจหลักภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ผลการดำเนินงาน
ในปีนี้ กลุ่มบริษัทได้รับชำระหนี้ค่าบริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ทั้งหมดรวมเงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3.64 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ฐานะงบดุลและสภาพคล่องของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยในปี 2568/69 บริษัทฯ มีรายได้รวมตามงบการเงินรวมจำนวน 2.9 หมื่นล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 1.19 หมื่นล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 2.5 พันล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจำนวน 3.65 หมื่นล้านบาท และยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารมาโดยตลอด
ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต
จากนโยบายล่าสุดของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารและการพัฒนาระบบตั๋วร่วม นับเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและสอดคล้องกับพันธกิจหลักของบริษัทฯ นโยบายดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของประชาชน และขยายโอกาสการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างทั่วถึงพร้อมทั้งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย
ในมุมมองของบริษัทฯ นโยบายนี้สะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในระยะยาว โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนและดำเนินงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อสังคมโดยรวม
นอกจากนี้ โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจของบริษัทฯ โดยปัจจุบันโครงการได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงานแล้ว และอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) เพื่อกำหนดรายละเอียดการพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ทยอยออกมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ในการพัฒนาโครงการ
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ประชุม EEC ได้มีมติเห็นชอบในการกำหนดมาตรการสนับสนุนสำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเพิ่มเติม (Eastern Economic Corridor of Aviation: EECa) เช่น การให้ EECa Visa เพื่อรองรับกลุ่มผู้เข้าอยู่อาศัยในเมืองการบิน การยกเว้นภาษีอากรสำหรับการอุปโภคบริโภคและประกอบกิจการในพื้นที่ EECa ที่จะกำหนดเป็นเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone) รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่าและการโอนอสังหาริมทรัพย์ โดยมาตรการดังกล่าวจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและอนุมัติในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนเหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันของโครงการ ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ และยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมที่สำคัญของประเทศและภูมิภาคในอนาคต
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ “บ้านชาวไทย” ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการดำเนินธุรกิจ ภายใต้เจตนารมณ์ สนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัย ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ช่องว่างทางสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย โดยดำเนินงานร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อลดข้อจำกัดและเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย สามารถเปลี่ยนผ่านจากการเช่าไปสู่การมีบ้านเป็นทรัพย์สินของตนเอง โดยเริ่มดำเนินโครงการนำร่อง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ และโครงการ D:CRAFT คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากประชาชน โดยโครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ ได้รับความสนใจจากผู้ลงทะเบียนจองสิทธิมากกว่าจำนวนยูนิตที่เปิดเสนอขาย และได้ดำเนินการคัดเลือกและจัดสรรสิทธิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการ D:CRAFT คลองหลวง ได้ปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิแล้ว โดยอยู่ระหว่างดำเนินการคัดเลือกและจัดสรรสิทธิในลำดับต่อไป ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการที่สามารถตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในระดับราคาที่เข้าถึงได้และมีเงื่อนไขการชำระเงินที่เหมาะสม
การเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ มองการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยในปี 2568/69 ได้จัดทำแผนปฏิบัติการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ตามกรอบมาตรฐาน Science Based Targets initiative (SBTi) ที่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยความซื่อสัตย์ ความเท่าเทียม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี สะท้อนจากการได้รับผลประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ “5 ดาว” หรือ “ดีเลิศ” จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 และยังคงได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณพนักงาน ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่ได้มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา กลุ่มบริษัทบีทีเอสยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคง เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว